2019-03-19

เพลินได้ไม่รู้จบกับ 'สวนเรือนกระจก' ต่อยอดพื้นที่สีเขียวบนที่ดินเปล่า




ต่อยอดไอเดียความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ได้ง่ายๆ สำหรับใครที่มีที่ดินผืนเปล่าที่ว่างอยู่เพราะวันนี้เราได้เก็บไอเดียดีๆ สำหรับการชุบชีวิตที่ดินผืนเก่าให้กลับมามีประโยชน์อีกครั้งกับการทำ สวนเรือนกระจกหรือ “Glass House” ที่จะช่วยเปลี่ยนความว่างเปล่าเป็นความสดชื่นด้วยความเขียวขจีจากหมู่แมกไม้นานาพันธุ์ ดอกไม้สีสันสดใส ที่มาพร้อมพื้นที่นั่งเล่นชิลๆ หรือจะต่อยอดธุรกิจสร้างรายได้จากการขายต้นไม้ในร้านสวนเรือนกระจกก็ดูเข้าท่าไม่เบา

 

และเหนือสิ่งอื่นใดก่อนที่เราจะพาคุณไปดูว่าถ้าอยากทำสวนเรือนกระจกขึ้นมาสักหลังนั้นบนที่ดินเปล่าจะต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เราจะขอเล่าประวัติความเป็นมาสักเล็กน้อยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์คร่าวๆ กับที่มาของสวนเรือนกระจกกันก่อน เอาล่ะอย่ารอช้าตามไปดูกันเลย!ดีกว่า

 

ต้นกำเนิดที่ดินเปล่าก่อนจะมาเป็นสวนเรือนกระจก

ต้นกำเนิดของการเปลี่ยนแปลงที่ดินทำสวนธรรมดาให้กลายมาเป็นสวนเรือนกระจกหรือกลาสเฮ้าส์ (Glass House) นั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อราวศตวรรษที่ 16 ในประเทศอังกฤษที่มีคิดไอเดียสร้างกรอบกระจกขึ้นมาล้อมรอบสวนส้มที่เป็นสายพันธุ์นำเข้ามาจากสเปนเพื่อรักษาให้ส้มนั้นสามารถคงสภาพและอยู่รอดได้ในสภาพอากาศที่ต่างกัน จากนั้นไอเดียการสร้างบ้านเรือนกระจกบนที่ดินหรือสวนได้เริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้น เพราะนอกจากจะใช้ประโยชน์จากการรักษาพันธุ์ไม้แล้ว ยังสามารถทำเป็นพื้นที่สำหรับการเพาะพันธุ์ไม้หายากต่างๆ ได้ด้วยแม้จะไม่ได้อยู่ในถิ่นกำเนิดของพันธุ์ไม้ชนิดนั้นๆ ก็ตาม

(ขอขอบคุณที่มา: hartley-botanic.co.uk)

 

และด้วยความแปลกใหม่ในตอนนั้นจึงทำให้เทรนด์การสร้างสวนเรือนกระจกบนที่ดินเปล่าหรือพื้นที่รอบๆ บริเวณบ้านแผ่ขยายไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทยของเราเอง เพราะถึงแม้ที่ดินโดยทั่วไปจะมีสภาพอากาศแบบเขตเมืองร้อน แต่สวนเรือนกระจกนั้นก็เป็นที่นิยมอย่างมาก สังเกตได้จากในปัจจุบันนี้ที่คนไทยได้ทำไอเดียนี้มาต่อยอดทำเป็นร้านขายต้นไม้ ร้านอาหารและคาเฟ่สวนเรือนกระจกแบบชิคๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาหามุมเก๋ๆ ถ่ายรูปเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสีเขียวแบบที่เห็นวิวรอบข้างได้แบบทะลุปรุโปร่ง

 

เตรียมที่ดินให้พร้อมสำหรับการสร้างสวนเรือนกระจก

ในส่วนของการเตรียมที่ดินเพื่อสร้างสวนเรือนกระจกนั้นไม่มีอะไรยาก เพียงแค่ต้องออกแบบและจัดสรรปันส่วนเพื่อให้แบบของสวนเรือนกระจกนั้นเหมาะสมกับขนาดที่ดินที่คุณครอบครองอยู่ โดยสามารถสร้างแบบเต็มพื้นที่หรือจะแบ่งพื้นที่เป็นอินดอร์และเอ้าท์ดอร์ตามความชอบก็ได้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญของการสร้างสวนเรือนกระจกนั้นคือการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราที่หนักไปทางอากาศร้อนและชื้น โดยในส่วนของโครงสร้างที่อยากแนะนำให้ใช้คือโครงเหล็กเพื่อความทนทานต่อสภาพอากาศ แต่งรอบๆ ตัวบ้านด้วยกระจกใสตัดแสงพร้อมแบ่งช่องทำกระจก หรือจะเลือกใช้เป็นแบบบานเกล็ดเพื่อระบายความร้อนและรับลมก็สามารถทำได้เช่นกัน ในส่วนของหลังคาสามารถเลือกใช้กระเบื้องหลังคาลอนใสหรือจะสร้างหลังเป็นแบบสกายไลท์เพื่อชมวิวก็ตามแต่รสนิยมความชอบของเจ้าของที่ดิน

 

รูปแบบของสวนเรือนกระจก

สวนแบบคลาสสิก

สวนเรือนกระจกแบบคลาสสิกจะมีลักษณะเป็นอาคารทรงจั่ว โดม หรือโค้ง มีจุดเด่นอยู่ที่ลวดลายที่เพิ่มเติมจากโครงเหล็ก ใช้โทนสีคลาสสิกอย่างสีขาวและสีดำ

 

สวนแบบโมเดิร์น

สวนเรือนกระจกแบบโมเดิร์นเน้นรูปทรงเรขาคณิตง่ายๆ เช่นทรงสี่เหลี่ยมขนาดต่างๆ ไม่เน้นรายละเอียดตกแต่ง เพียงแค่คงโครงสร้างของความเป็นเรือนกระจกไว้ ส่วนโทรสีที่ใช้นั้นคุมโทนอยู่ที่สีขาว เทา และดำ

 

ใครที่ฝันอยากมีสวนน่ารักๆ เป็นของตัวเองและยังพอมีที่ดินเปล่าเหลือหรือมีที่ดินรอบๆ ตัวบ้านอยู่ การต่อยอดไอเดียสวนเรือนกระจกนั้นก็ดูจะเข้าท่าไม่น้อย เพราะนอกจากจะได้พื้นที่ที่ดูสร้างสรรค์ขึ้นมาแล้ว สวนเรือนกระจกนี้แหล่ะที่จะสามารถทำเป็นพื้นที่ผ่อนคลาย นั่งเล่นชิลๆ ทำเป็นโรงเรือนปลูกต้นไม้ หรือแม้แต่เอาไว้ต้อนรับแขกก็เรียกได้ว่าดูน่ารักน่าดึงดูดสุดๆ

 

Credit : Digitalknowledge 

 

 

 

Pimkamon Sasi-athiwat 2018-12-20 19:07:13 416