www.natui.com.au
   
หน้าแรก arrow เกี่ยวกับออสเตรเลีย
รู้จักออสเตรเลีย

ประเทศออสเตรเลีย มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “เครือรัฐออสเตรเลีย (Commonwealth of Australia)” เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษมาก่อน ปัจจุบัน ออสเตรเลียเป็นประเทศในเครือจักรภพอังฟฏษ ออสเตรเลียจัดเป็นประเทศใหม่ แม้จะมีประวัติความเป็นมาในการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่ไม่ยาวนาน ไม่มีร่องรอยอารยธรรมโบราณที่เป็นรากเหง้าของอารยธรรมโลก แต่ว่าออสเตรเลียก็เป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง มีธรรมชาติสวยงามหลากหลาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ ขณะที่ผู้คนก็มีน้ำใจและเป็นกันเอง


about_aus_0028_3.jpgประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย


นักโบราณคดีสันนิษฐานกันว่า มนุษย์กลุ่มแรกที่อาศัยในออสเตรเลีย คือ ชาวอะบอริจิน (Aborigines) ซึ่งอพยพจากอินโดนีเซียเมื่อราว ๆ 50,000 ปีที่แล้ว ลักษณะของชาวอะบอริจิน คือ ตัวเล็ก ผิวดำ ผมดำหยิกขอด เมื่อมาถึงออสเตรเลียแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไปตั้งถิ่นฐานตามที่ต่าง ๆ กระจัดกระจายไปทั่ว แต่ก่อนนั้น ออสเตรเลียเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “Terra Australis Incognita” ซึ่งแปลว่า ดินแดนทางใต้ที่ยังไม่มีใครรู้จัก เมื่อตอนที่ชาวยุโรปพบออสเตรเลีย คาดว่ามีชาวอะบอริจินอยู่ราว ๆ 3 แสนคน


การค้นพบออสเตรเลีย เริ่มต้นขึ้นเมื่อนักเดินเรือชาวสเปนที่ชื่อ ลูอิส วาเอซ เดอ ทอร์เรส (Luis Vaez de Torres) ที่เดินเรือผ่านช่องแคบระหว่างออสเตรเลียกับปาปัวนิวกินี ซึ่งช่องแคบนี้ตอนหลังได้ชื่อว่า “ช่องแคบทอร์เรส”

 


ปี ค.ศ. 1770 กัปตัน เจมส์ คุก (James Cook) ชาวอังกฤษ เดินทางมาถึงออสเตรเลีย และขึ้นบกสำรวจออสเตรเลียฝั่งตะวันออกที่อ่าวโบตานี (Botany Bay) และตั้งชื่อดินแดใหม่ที่ค้นพบว่า “นิวเซาท์เวลส์ (New South Wales)” พร้อมประกาศว่า ดินแดนแถบออสเตรเลียตะวันออก ตกอยู่ในความคุ้มครองของพระเจ้าจอร์จที่ 3 ของอังกฤษ ซึ่งเมื่อเขานำเรื่องการสำรวจดินแดนที่พบใหม่กลับไปรายงานที่อังกฤษ ออสเตรเลียจึงตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

about_aus_0022.jpg


ต่อมาในปี ค.ศ. 1788 กัปตัน อาเธอร์ ฟิลลิป (Arther Phillip) นำกองเรือ 7 ลำ บรรทุกนักโทษจากเกาะอังกฤษมาขึ้นบกที่อ่าวโบตานี ในวันที่ 18 มกราคม และขึ้นบกที่พอร์ตแจ็กสัน (Port Jackson) นับว่าเป็นการตั้งรกรากของคนผิวขาวในออสเตรเลียเป็นครั้งแรก


โดยในการขึ้นบกครั้งนั้น มีชาวอังกฤษที่เดินทางมาพร้อมกับกองเรือ 1,530 คน เป็นนักโทษที่ถูกเนรเทศมา 736 คน นอกนั้นเป็นทหารและลูกเรือ


ความเป็นอยู่ช่วงแรกของชาวอาณานิคมในออสเตรเลียค่อนข้างลำบาก เพราะออสเตรเลียมีเทือกเขาบลูเมาน์เทนส์เป็นกำแพงในการเดินทางไปทางตะวันตก จนกระทั่งปี ค.ศ. 1813 จึงค้นพบช่องเขาที่จะเดินข้ามได้


ปี ค.ศ. 1814 นักเดินเรือชาวอังกฤษชื่อแมทธิว ฟลินเดอร์ส (Mathew Flinders) ผู้ทำแผนที่ ได้เสนอให้เรียกชื่อประเทศอาณานิคมใหม่นี้ว่า “ออสเตรเลีย”


about_aus_0027_2.jpgต่อมาได้มีการค้นพบทองคำในปี ค.ศ. 1851 ที่รัฐวิกตอเรีย ทำให้ชาวยุโรปหลั่งไหลมาหวังได้โชค แต่พบว่าทองคำไม่มีจำนวนมากมายอย่างที่คาดหวัง มีเพียงไม่กี่คนที่โชคดี และร่ำรวยจากทองคำ ส่วนคนที่พลาดหวังไม่ได้ทอง ก็หันมาเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์เพื่อดำรงชีพ ออสเตรเลียจึงมีพลเมืองที่เป็นผู้อพยพเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเพียงนักโทษที่อังกฤษพามาปล่อยเกาะเท่านั้น


ประมาณว่าระหว่างปี ค.ศ. 1788 – 1856 มีนักโทษถูกส่งมาอยู่ออสเตรเลียมากถึง 157,000 คน หรือเทียบเท่ากับ 1 ใน 3 ของนักโทษที่อังกฤษส่งไปอเมริกา


ปี ค.ศ. 1927 ออสเตรเลียย้ายที่ทำการจากรัฐสภาเมลเบิร์นไปยังแคนเบอร์รา ซึ่งเป็นหลวงของประเทศ ต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ออสเตรเลียเติบโตเป็นประเทศที่มั่งคั่ง ด้วยผลผลิตทางการเกษตรกรรมและการทำปศุสัตว์ และยิ่งเฟื่องฟูเมื่อมีการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ นโยบายเหยียดผิวในออสเตรเลียยุติลง ชาวเอเชียอพยพไปตั้งถิ่นฐานในออสเตรเลียมากขึ้น


เมื่อมีการก่อตั้งสหภาพยุโรปขึ้น ออสเตรเลียผิดหวังที่ถูกกีดกันไม่ให้เป็นประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป เนื่องจากออสเตรเลียไม่ได้ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป ออสเตรเลียจึงหันมาเป็นมิตรกับประเทศที่อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก


ปัจจุบัน ออสเตรเลียจึงเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมแบบผสม เนื่องจากมีพลเมืองหลายเชื้อชาติ เป็นประเทศที่ผสม เนื่องจากมีพลเมืองหลายเชื่อชาติ เป็นประเทศที่แข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางวิทยาการสมัยใหม่ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมสังคมแบบผสมผสาน และความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ


 

ภูมิประเทศและที่ตั้ง


about_aus_0029.jpgออสเตรเลียตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของไทย อยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก มีลักษณะประเทศเป็นเกาะ มีพื้นที่ประมาณ 7.7 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เป็นทวีปที่เล็กที่สุด และเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ของโลก ออสเตรเลียประกอบด้วย 2 เกาะ คือ ออสเตรเลียและแทสเมเนีย

 

ลักษณะภูมิประเทศของออสเตรเลียแตกต่างกันมาก มีชายฝั่งทะเลที่งดงามชายหาดขาวสะอาด มีป่าคงดิบและป่าชื้นเขตร้อน ที่ยังสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่แห้งแล้งด้วย กล่าวคือ พื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศเป็นทะเลทราย แต่พื้นที่แถบชายฝั่งบริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และรัฐแทสเมเนียจะมีความอุดมสมบูรณ์

 

about_aus_0021.jpg
 

 

 

ข้อดีของออสเตรเลียอีกอย่างคือ เป็นประเทศที่โดดเดี่ยวมานาน ธรรมชาติของออสเตรเลียจึงถูกทำลายน้อยมาก ธรรมชาติของออสเตรเลียจึงถูกทำลายน้อยมาก ที่นี่จึงยังมีสัตว์ พืชต่าง ๆ หลายชนิด ที่ไม่พบเห็นในทื่อื่น เช่น จิงโจ้ หมีโคอาล่า วอมแบต ดิงโก้ พอสซั่ม ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด


 

ภูมิอากาศ


สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียแตกต่างกันในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไปจะเป็นแบบเขตร้อนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิต่ำสุดของออสเตรเลียโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่แทสเมเนีย ประมาณ 11-12 องศาเซลเซียส ส่วนที่ร้อนที่สุดจะอยู่ที่มณฑลทางตอนเหนือ มีอุณหภูมิประมาณ 34 องศาเซลเซียส


ส่วนฤดูกาลของออสเตรเลีย มีอยู่ด้วยกัน 4 ฤดู คือ


about_aus_0030.jpgฤดูใบไม้ผลิ จะอยู่ที่เดือนกันยายน – พฤศจิกายน เป็นช่วงเวลาที่อากาศดีที่สุด ไม่ร้อนจัดหรือหนาวจัด เรียกว่าอากาศจะกำลังสบาย ดอกไม้บานสะพรั่งทุกแห่ง


ฤดูร้อน อยู่ที่เดือนธันวาคม – พฤษภาคม อากาศจะร้อนและแห้งแล้ง บางแห่งร้อนจัด และอาจมีไฟป่า ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติร้อยแรงเกิดขึ้น


ฤดูใบไม้ร่วง อยู่ระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม อากาศเริ่มเย็นลง ตามชายฝั่งทางตอนใต้และเมืองในเขตป่าจะมีฝนตกชุกบางแห่งอาจมีน้ำท่วม


ฤดูหนาว อยู่ระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม อากาศเย็นจัด มีหิมะตกตามภูเขาสูงทั่วไปจนสามารถเล่นสกีได้


อย่างไรก็ดี ออสเตรเลียจะมีฟ้าใส และแสงแดดแรงตลอดทั้งปี โดยเฉพาะตามเมืองชายทะเลและเมืองในแถบทะเลทราย


 

ประชากร


ออสเตรเลียมีประชากรประมาณ 20 ล้านคน มีผู้คนกว่า 140 เชื้อชาติ ส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาวเชื้อสายยุโรป ส่วนประชากรชาวอะบอริจินเหลืออยู่ประมาณ 230,000 คน นอกนั้นเป็นผู้อพยพชาวเอเชียประมาณ 500,000 คน


about_aus_0023.jpgและประมาณ 1 ใน 5 ของประชากรออสเตรเลียเกิดในประเทศอื่น ออสเตรเลียจึงเป็นสังคมหลายชนชาติหลากวัฒนธรรม


ร้อยละ 85 ของประชากรออสเตรเลียอาศัยตามเมืองใหญ่ รัฐที่ประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด คือ รัฐสิวเซาท์เวลส์


ชาวออสเตรเลียในปัจจุบันให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสมัยใหม่มาก จนมีสถิติเป็นเจ้าของโทรศัทพ์มือถือและเครื่องโทรสารต่อจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลก และเป็นศูนย์คอมพิวเตอร์เชื่อมโยงกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากเป็นอันดับที่ 6 ของโลก


 

การเมืองการปกครอง


ออสเตรเลียมีการปกครองแบบสหพันธรัฐ คือ ประกอบด้วยรัฐหลายรัฐปกครองตัวเอง โดยมีรัฐบาลกลางตั้งอยู่ที่กรุงแคนเบอร์รา รัฐบาลจัดรูปแบบการปกครองแบบรัฐสภาตามแบบอังกฤษ ส่วนประมุขของประเทศเป็นผู้สำเร็จราชการ (Governor General) ที่รัฐบาลออสเตรเลียเสนอชื่อให้พระมหากษัตริย์ของอังกฤษ คือ สมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงแต่งตั้ง ซึ่งผู้สำเร็จราชการไม่มีส่วนในการปกครองบริหารประเทศ หน้าที่ส่วนใหญ่ คือ การเป็นประธานในงานรัฐพิธีต่าง ๆ และต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเท่านั้น


about_aus_0032.jpgระบบการเมืองของออสเตรเลียเป็นแบบรัฐสภาตามอย่างอังกฤษ รัฐสภาประกอบไปด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้มาจากการเลือกตั้ง รัฐสภามีอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนรัฐบาลที่ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ที่เลือกมาจากสมาชิกรัฐสภามาทำหน้าที่บริหารประเทศ รัฐสภามีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของนายกรัฐมนตรีและฝ่ายบริหาร


นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล ตามปรกติแล้วพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภาจะได้เป็นรัฐบาลออสเตรเลียเป็นแบบพรรคการเมืองผสม ประกอบด้วยพรรค Liberal Party และพรรค National Party


รัฐธรรมนูญที่ใช้ในปัจจุบัน คือ ฉบับวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 1900 (มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1901)

 


ประชาชนชาวออสเตรเลียที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ


ระบบกฏหมายของออสเตรเลียเป็นกฏหมายแบบอังกฤษ คือ English Common Law และปัจจุบัน แม้ว่าออสเตรเลียจะไม่ได้เป็นประเทศอาณานิคมของอังกฤษต่อไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นประเทศในเครือจักรภพ (A Commonwealth of British Empire) มีสมเด็จพระบรมราชินีนาถแห่งอังกฤษเป็นประมุข ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการมาทำหน้าที่เป็นประมุขแทนพระองค์


ออสเตรเลียมีการปกครองระบบประชาธิปไตย โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารประเทศ แม้ประชาชนบางกลุ่มจะมีแนวคิดที่แยกตัวออกมาจากอังกฤษมาเป็นสาธารณรัฐตามความต้องการของคนรุ่นใหม่ แต่ผลการลงมติเรื่องนี้เมื่อปี ค.ศ. 1999 ปรากฏว่า คนออสเตรเลียส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะเป็นประเทศในเครือจักรภพต่อไป


 

การแบ่งเขตการปกครอง

ออสเตรเลีย ประกอบด้วยรัฐใหญ่ 6 รัฐ และเขตการปกครองตนเอง 2 เขต ได้แก่

รัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales)

เมืองหลวงชื่อ ซิดนีย์ (Sydney) รัฐนี้มีประชากรหนาแน่นที่สุด มีชาวไทยและนักศึกษาไทยมากที่สุด เป็นรัฐที่มีการพัฒนาทางอุตสาหกรรมมากที่สุดในออสเตรเลีย ซิดนีย์เป็นเมืองคึกคัก เต็มไปด้วยสีสัน มีชีวิตชีวา สัญลักษณ์ของเมือง คือ โอเปราเฮาส์ (Opera House) และสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ (Sydney Harbor Bridge)

รัฐควีนส์แลนด์ (Queensland)

รัฐนี้เป็นรัฐที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 มีบริสเบน (Brisbane) เป็นเมืองหลวง ควีนส์แลนด์ได้ชื่อว่าเป็นรัฐแห่งแสงแดด (Sunshine State) ที่มีปะการังที่ยาวที่สุดในโลกจนได้รับการยกย่องเป็นมรดกของโลกชื่อ” Great Barrier Reefs” มีป่าดงดิบและป่าเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์

รัฐเซาท์ออสเตรเลีย (South Australia)

มีเมืองหลวงชื่อ อาดิเลด (Adelaide) ครั้งหนึ่งเมืองนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเทศกาล เนื้อที่ส่วนใหญ่จะแห้งแล้ง

รัฐแทสเมเนีย (Tasmania)

มีเมืองหลวงชื่อโฮบาร์ต (Hobart) เป็นรัฐที่เล็กที่สุด เป็นเกาะตั้งอยู่ห่างจากรัฐวิกตอเรียแผ่นดินใหญ่ประมาณ 240 กิโลเมตร มีอากาศหนาวที่สุด สภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาและที่ราบสูง ทิวทัศน์สวยงามมาก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์แห่งออสเตรเลีย ที่นี่เป็นเมืองสงบ ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนถูก เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania)

รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia)

มีเมืองหลวงชื่อเพิร์ท (Perth) เป็นรัฐที่มีพื้นที่มากที่สุด อุดมสมบูรณ์ด้วยเหมืองแร่และแร่ทองคำ อาชีพสำคัญของประชากรคือ การทำประมงและทำเหมืองแร่ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตเพชรได้มากเป็นอันดับ 3 ของโลก เพิร์ทเป็นเมืองสะอาด สวยงาม และเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้ประเทศไทยที่สุด ใช้เวลาในการเดินทางเพียง 6 ชั่วโมงครึ่ง มีเวลาแตกต่างจากประเทศไทยเพียง 1 ชั่วโมง

รัฐวิกตอเรีย (Victoria)

รัฐนี้ได้รับการขนานนามว่า “Garden State” เนื่องจากมีสวนสาธารณะมากกว่ารัฐอื่น เมืองหลวงคือ “เมลเบิร์น” เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 เป็นศูนย์กลางศิลปะ ที่ตั้งของหอศิลป์ (National Gallery of Victoria) ที่ตั้งของศูนย์แสดงคอนเสิร์ต (Melberne Concert Hall) ที่มีระบบเสียงดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่งและเป็นเมืองที่นักศึกษาไทยนิยมไปศึกษาเป็นอันดับ 2

เขตนครหลวงออสเตรเลีย (Australian Capital Territory)

เป็นเขตที่ตั้งเมืองหลวงของประเทศ คือ แคนเบอร์รา เป็นศูนย์กลางการปกครองลักษณะตัวเมืองทันสมัยเพราะมีการวางผังเมืองอย่างดีเยี่ยม เป็นที่ตั้งขององค์กรระดับชาติและหน่วยงานสถานทูตต่าง ๆ รวมทั้งสถานทูตไทย

เขตนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ( Northern Territory)

มีเมืองหลวงชื่อดาร์วิน (Darwin) เนื้อที่ส่วนใหญ่ของมณฑลแถบนี้จะแห้งแล้ง มีพื้นที่เกษตรกรรมเพียงร้อยละ 10 ภูมิอากาศไม่เหมาะกับการเพาะปลูก แต่เป็นแหล่งผลิตไวน์อันยอดเยี่ยม

เส้นแบ่งเขตเวลา


ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดกว้างใหญ่ จึงแบ่งเวลาตามเส้นแบ่งของโลกออกเป็น 3 เขตเวลาด้วยกัน คือ


 
  • เวลาฝั่งตะวันออก (Eastern Standard Time-EST)ใช้ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย รัฐแทสเมเนีย รัฐควีนส์แลนด์ และกรุงแคนเบอร์รา เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง
  • เวลาภาคกลาง (Central Standard Time-CST) ใช้ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย และนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง
  • เวลาภาคตะวันตก (Western Standard Time-WST) ใช้ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ในช่วงฤดูร้อน (ตุลาคม – มีนาคม) รัฐทางใต้ ซึ่งได้แก่ รัฐเซาท์ออสเตรเลีย รัฐวิกตอเรีย และรัฐแทสเมเนีย จะปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง

 

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จากหนังสือ “ทุนเรียนฟรี ที่เรียนต่อออสเตรเลียและนิวซีแลนด์”

 

 

 
< ก่อนหน้า