2019-05-21

แชร์ประสบการณ์การทำงานกับ Michael Kors และ H&M ด้วย Work and Holiday โดยคุณเจี๊ยบ ธิรดา



งานยอดฮิตที่เราจะนึกออกแรก ๆ เมื่อนึกถึง Work and Holiday ก็คงจะเป็นงานในฟาร์ม หรือในร้านอาหาร 

หลาย ๆ คนเลยถามกันมาบ่อย ๆ ว่ามันจะยากมั้ย ที่จะได้งานที่จะได้พบปะกับลูกค้า โดยเฉพาะการได้ทำงานกับ Brand ดัง ๆ นี่หลาย ๆ คนอาจจะนึกไม่ออกว่าเขาทำยังไงให้ได้งานในร้านแบบ H&M และ Michael Kors 

วันนี้เรานำสัมภาษณ์ของคุณเจี๊ยบ กับประสบการณ์ทำงานดังกล่าวด้วยวีซ่า Work and Holiday มาให้อ่านกันค่ะ

Thaiwahclub :  รบกวนคุณเจี๊ยบช่วยแนะนำตัวคร่าว ๆ ค่ะ ชื่ออะไร เรียนจบจากไหน ทำอะไรมาก่อนมาออสเตรเลียบ้างคะ

สวัสดีค่ะ ชื่อ นางสาว ธิรดา สุขุมเจริญจิต จบจาก Assumption University ค่ะ คณะ Faculty of Arts สาขา Business English

งานจริง ๆ งานแรกของหนูเลยคือ ช่วงเรียนอยู่ประมาณ ปี 2 ค่ะ รู้สึกว่าอยากทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เลยหางานทำ แล้วก็สมัครที่อีเกีย ได้ทำงาน Part Time ที่ Ikea บางนาค่ะ พอเรียนจบก็ได้ทำงานบริษัทหนึ่งที่สนามบินสุวรรณภูมิค่ะ เกือบ ๆ 2 ปี ส่วนใหญ่ก็จะประสานงานกับผู้โดยสารชาวต่างชาติค่ะ ได้ใช้ภาษาเต็ม ๆ เลย

 

Thaiwahclub : เตรียมตัวสมัครวีซ่า Work and Holiday อย่างไรบ้างคะ

เรื่องการเตรียมตัวนี้เตรียมตัวมา 1 ปีเลยค่ะ ได้ยินโครงการนี้มาจากเพื่อนค่ะ เราเลยหาข้อมูลจัดถเต็มมากว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เรื่องผลสอบ IELTS เราข้ามเลยเพราะจบจากมหาวิทยาลัยที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสอนเลยไม่มีปัญหาอะไร รู้สึกตัวเองโชคดีขึ้นมาขั้นนึง (หัวเราะ) 

แล้วก็หาข้อมูลของปี 2016 ว่าเขาทำยังไงกันบ้าง แต่เราต้องรอจบมหาวิทยาลัยก่อน เลยต้องรอปี 2017 แทน

พอถึงปี 2017 ก็เตรียมเอกสารเลยค่ะ อ่านทุกเว็บที่พี่เกมส์ www.thaiwahclub.com ได้โพสต์ไว้เกี่ยวกับการหางาน, Tax หรือแม้แต่วิธีการกดโควต้าเลยค่ะ

 

Thaiwahclub : มีเคล็ดลับในการกดโควต้าวีซ่าให้ทันไหมคะ เพราะหลายๆคนมีปัญหากดโควต้าไม่ทันกัน

สำหรับหนู เคล็ดลับในการกดโควต้าคือ การหาเพื่อนมาช่วยกดค่ะ แต่ต้องเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้ด้วยนะคะ เพราะเราต้องให้ข้อมูลส่วนตัวของเราให้เขา ถ้าเราจ้างคนอื่น มันอาจจะไม่ดีต่อตัวเราด้วย

อันนี้อยากฝากถึงพี่ ๆ น้อง ๆ รุ่นต่อไปด้วยค่ะ การกดโควต้าถือว่ายากจริง ๆ นะคะ เพราะตอนหนูกดนี่เข้าหน้าเว็บไม่ได้เลยค่ะ รอแล้วรออีก Refresh ก็หลายรอบ ใช้ทั้งมือถือทั้งคอมก็แล้ว แต่หนูให้พี่และแฟนช่วยค่ะ พี่ก็เข้าไม่ได้ แต่แฟนเข้าได้ค่ะ ตอนนั้นแฟนก็กำลังจะประชุมงานของเขา ละต้องมากดให้หนู ตอนนั้นพิมพ์ครบเรียบร้อยแล้วแต่รอโหลดอยู่ แล้วแฟนก็ต้องไปประชุม ตอนนั้นรู้สึกหมดหวังมากค่ะ แต่สุดท้ายก็ได้ค่ะ

 

Thaiwahclub : คุณเจี๊ยบได้ทำงานทั้งที่ H&M และ Michael Kors เลยใช่มั้ยคะ ช่วยเล่าคร่าว ๆ ว่าทำไมถึงได้สองงานนี้มา

ใช่ค่ะ ตอนนี้ได้ทำงานที่ H&M และ Michael Kors เลย ขอเกริ่นนิดนึงนะคะ สำหรับหนูงานที่หนูอยากทำเลยคือพวกออฟฟิศหรืองาน Retail ซึ่งเป็นไปได้ยาก เพราะหนูก็กลัวว่าเค้าคงไม่รับเราหรอกอะไรแบบนี้อะค่ะ เพราะเท่าที่อ่าน ๆ มา เตรียมตัวมา การที่จะมาทำงานด้านนี้ภาษาต้องโอเคระดับนึง ซึ่งหนูคิดว่าไม่ได้ขนาดนั้น แต่ยังไงก็ต้องลองดูค่ะ มาถึงนี่แล้วต้องลอง เอาชนะความกลัว (หัวเราะ)

ตอนมาถึงออสเตรเลียใหม่ ๆ หนู Walk in เข้าไปดร็อปเรซูเม่เยอะมากเลยค่ะ ตามร้านต่าง ๆที่เปิดรับ ต้องสังเกตที่มุม ๆ ด้านล่างของร้านค่ะ (เป็นเคล็บลับสำหรับคน Walk in ค่ะ) วันนึงไม่ต่ำกว่า 5 ที่ แล้วก็ Online แนะนำพวก Indeed, Seek อันนี้เตรียมตัวมาปีนึงเลยค่ะ

พี่เกมส์เคยโพสต์ไว้เกี่ยวกับการหางาน เลยเข้าไปดูแล้วตอนนั้นเค้าเปิดรับสมัคร Sales Advisor ที่ H&M เลยสมัครไปค่ะ ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ ก็ได้รับการติดต่อให้ไปสัมภาษณ์ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่มีประสบการณ์ด้านเสื้อผ้ามาเลย

 

การสัมภาษณ์ก็ไม่ยากเท่าไหร่ค่ะ คำถามเบสิคที่เขาใช้ในการถามกัน แต่บางทีก็ฟังไม่รู้เรื่องนะคะ (หัวเราะ)

คนสัมภาษณ์เป็นคนออสซี่เลยฟังยากจริง ๆ แต่เราก็ต้องตอบค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คำตอบที่เขาถามก็ตาม ผ่านไป 2-3 วันเขาก็โทรมาว่าเราผ่านค่ะ ตอนนั้นรู้สึกดีใจมากๆ ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้ เพราะรู้สึกว่าเราทำได้ไม่ดีพอ ตอนนั้นได้แบบ Casual ก่อน แล้วก็มาเป็น Full Time ค่ะ

ส่วน Michael Kors ก็เหมือนกันค่ะ สมัครออนไลน์แล้วก็มีเมลมาให้ไปสัมภาษณ์ แต่เป็นแบบ Group Interview ซึ่งตอนนั้นเขาประกาศมีทั้ง Victoria Secrets, Bvlgari, Michael Kors เป็นบริษัทเดียวกัน แต่เขาจะเลือกให้เราค่ะ ว่าเราเหมาะกับแบรนด์ไหน คนที่มาสัมภาษณ์ก็เยอะมากเลยค่ะ จนคิดว่า ‘โห ไม่น่าได้แน่เลยเรา’

การสัมภาษณ์ของบริษัทนี้แตกต่างจากที่เคยสัมภาษณ์มาเลยค่ะ มีการเล่นเกมว่าให้เราตั้ง Store ขึ้นมาเอง กำหนด Budget อะไรประมานนี้ค่ะ แล้วก็ให้เราพูดถึง Customer Service ว่าเราหมายถึงอะไร แล้วก็สัมภาษณ์เดี่ยวค่ะ ซึ่งใช้เวลาแค่ 2 นาทีเท่านั้น งงมากเลยค่ะ ถามแค่ 3-5 คำถามเท่านั้น แต่ก็ทำเต็มที่แล้วตอนสัมภาษณ์ครั้งนั้น และผลออกมาก็ได้ค่ะ

 

Thaiwahclub :คุณเจี๊ยบได้ทำงานทั้งสองที่ในช่วงเวลาเดียวกันเลยมั้ยคะ หรือทำจบจากที่นึงถึงมาอีกที่ แล้วมีวิธีบริหารเวลายังไงในการทำงานทั้งสองร้านคะ

ตอนนี้ทำงานทั้ง 2 ที่ในเวลาเดียวกันเลยค่ะ แต่จะมีการบริหารเวลาคือ เราให้วัน Available Days ให้กับทั้ง 2 ที่ค่ะว่าเราสามารถทำวันไหนได้บ้าง เพราะไม่งั้นมันจะชนกัน จะไม่ดีต่อเราและเขาค่ะ ถ้าเราไม่ให้วันว่างเขา แล้วเขาอยากให้เราทำ แต่เราทำไม่ได้ เขาอาจจะไม่ให้เราเลยก็ได้ค่ะ

 

Thaiwahclub : การทำงานร้าน Retail มีข้อดีข้อเสียยังไงบ้างคะ

สำหรับงาน Retail ข้อดีคือ Flexibility ค่ะ หรือความยืดหยุ่นของเวลาและการทำงาน คือเราสามารถให้วันหรือเวลาที่เราอยากทำได้ค่ะ ไม่ตายตัว แล้วก็ได้ฝึกภาษาจริง ๆ ด้วยค่ะ

เราได้คุยภาษาอังกฤษกับทุกคนจริง ๆ ทั้งลูกค้า ทั้งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า แล้วถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีในการต่อยอดในอนาคต เพราะสมัยนี้งาน Retail Sector นี้ค่อนข้างเยอะมาก และก็สามารถนำไปเรียนรู้และต่อยอดทำธุรกิจของเราก็ได้นะคะ และข้อดีอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยคือ ส่วนลดค่ะ 

ส่วนข้อเสีย สำหรับคนที่ไม่ชอบคุยกับลูกค้า ก็คือยังไงก็ต้องเจอกับ Dissatisfied Customer ค่ะ เราอาจจะโดนคอมเพลน หรือโดนด่า ทำให้เราหมดความอดทนหรือไม่พอใจได้ แต่งานแบบนี้ต้องอดทนนะคะ ยังไงหน้าที่ของเราคือทำให้ลูกค้ามีความสุข

ข้อเสียอีกข้อเลย คือ วันหยุดเทศกาล เราไม่หยุดค่ะ ที่นี้ช่วงเทศกาลคนก็จะเยอะมาก ๆ บริษัทต้องการพนักงานทำงาน เพราะฉะนั้นเราก็จะไม่ได้หยุดค่ะ

 

Thaiwahclub : นอกจากทั้งสองร้านที่บอกมาได้ทำงานอะไรในออสเตรเลียอีกมั้ยคะ แล้วทำงานอะไรบ้าง

นอกจากงานทั้ง 2 ร้านนี้แล้ว ก็เคยทำงานร้านนวดค่ะ เป็น Receptionist ค่ะ แต่ไม่ค่อยชอบ แล้วเผอิญได้งาน H&M เลยออกจากที่นั่นค่ะ

 

Thaiwahclub :สังคมการทำงานที่ออสเตรเลียเป็นยังไงบ้าง

สังคมการทำงานที่ออสเตรเลียต่างกับไทยมากค่ะ ที่นี่เขาจะค่อนข้างเข้มงวดมาก เวลาต้องเป๊ะ ถ้าเราทำผิดพลาดอะไรเค้าจะไม่ว่าเรานะคะ เขาจะสอนและให้เราเรียนรู้เอง ถือว่าเป็นข้อดีเลย ได้เรียนรู้ภาษา คำสแลงจากออสซี่ด้วย เพื่อนร่วมงานก็สอนนะคะ ว่าอยากได้สำเนียงออสซี่มั้ย เขาก็สอนว่าต้องพูดแบบไหน แต่คือพูดเร็วมากเลยค่ะ

 

Thaiwahclub : มีกิจกรรมอื่น ๆ อะไรอีกบ้างที่ได้ทำในออสเตรเลีย

ในเรื่องกิจกรรม ส่วนใหญ่จะไปหาร้านคาเฟ่อร่อย ๆ ทานค่ะ ชอบทานเค้กมาก ๆ และก็หาที่สวย ๆถ่ายรูปค่ะ แล้วก็ตระเวนไปที่ที่เป็นสถานที่ที่ต้องไปในซิดนีย์ เผื่อเก็บความทรงจำว่าเราเคยมาซิดนีย์ค่ะ แหะๆ

Thaiwahclub : ได้ไปเที่ยวที่ไหนในออสเตรเลียบ้าง และมีที่ไหนที่แนะนำสำหรับคนที่อยากไปเที่ยวออสเตรเลียมั้ยคะ

ได้ไป  Bondi Beach, Darling Habour, Opera House, Blue Mountain และก็ Wedding Rock Cake สถานที่ดัง ๆ ในซิดนีย์มาค่ะ ถ้าอยากให้แนะนำ อยากให้ไปคือ Royal National Park ค่ะ สวยมาก ๆ ไปดูผาสีขาวที่เหมือนก้อนเค้กแต่งงานค่ะ แต่เดินทางค่อนข้างไกลมาก เมื่อยขากันเลยทีเดียว แต่อยากแนะนำให้ไปกันนะคะ

 

Thaiwahclub : ปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตในออสเตรเลียอย่างไร มีเจอ Culture Shock บ้างไหมคะ

การปรับตัวนี้ถือว่าสำคัญเลยนะคะ เรื่อง Culture Shock ก็มีเจอบ้างนะคะ อย่างแรกเลยคือปกติบ้านเราจะเดินทางขวากัน ที่ออสเตรเลียนี้คือต้องเดินทางซ้ายค่ะ ไม่งั้นระวังจะโดนคนบ่นได้นะคะ

แล้วก็เรื่องน้ำค่ะ ที่นี่น้ำประปาดื่มได้ค่ะสามารถดื่มจากก๊อกได้เลย ปกติบ้านเราจะซื้อขวดน้ำ ขวดละ 7-10 บาท ที่ออสเตรเลียน้ำดื่มขายแพงกว่าน้ำอัดลมอีก แนะนำพกกระติกน้ำไว้เติมเอาจะดีกว่าค่ะ

อีกอย่างเลยคือการทักทายแบบฝรั่งค่ะ ไม่เคยอยู่สภาพแวดล้อมแบบฝรั่งจริง ๆ ครั้งแรกเราก็ไม่รู้ว่าจะทักทายแบบไหน เพราะบางทีเราเห็นเพื่อนกอดกับเพื่อนแบบทักทายกันอะค่ะ บางทีก็กอดแบบแก้มชนแก้มอะไรประมานนี้ แต่พออยู่เรื่อย ๆ มันก็จะซึมซับไปเอง เพราะเราอยู่เมืองไทย เราไม่กอดเพื่อนผู้ชายอยู่แล้วเวลาทักทายกัน แต่อยู่นี่เขากอดเราแบบเพื่อน ก็ถือว่าเป็นวัฒนธรรมของชาวฝรั่งค่ะ

Thaiwahclub : ได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการไปออสเตรเลียด้วยวีซ่า Work and Holiday บ้างคะ

ได้รับประโยชน์เยอะเลยค่ะ อย่างแรกเลยคือภาษา ได้ใช้ ได้พัฒนาจริง ๆ เลยค่ะ การมาออสเตรเลียด้วยวีซ่า Work and Holiday คือค่าใช้จ่ายน้อยมาก ๆ ถ้าเทียบกับวีซ่าอื่น ๆ ข้อจำกัดในการทำงานก็ได้เยอะ แค่จำกัดแค่ 6 เดือน ต่อ 1 นายจ้าง แต่เราสามารถทำเป็น Full Time ได้ด้วยค่ะ

 

Thaiwahclub : หลังจากจบวีซ่า Work and Holiday มีแพลนจะไปไหนหรือทำอะไรต่อบ้างคะ

หลังจากจบวีซ่า Work and Holiday แล้ว วางแพลนไว้ว่าจะไปเที่ยวกับครอบครัวก่อนค่ะ ไม่ได้เจอกันเป็นปีเลย คิดถึงที่บ้านมาก ๆ ค่ะ หลังจากนั้นก็คงค้นหาตัวเองก่อนว่า เราชอบอะไร ชอบทำงานด้านไหน แบบไหน แล้วก็หางานที่คิดว่าเหมาะกับตัวเราค่ะ แต่สิ่งที่หนูสนใจจริง ๆ คือด้าน Marketing ค่ะ เพราะหนูชอบพบปะติดต่อผู้คน แต่หนูเองก็ยังไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เท่าไหร่ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะเรียนรู้ อยากลองทำงานด้านมาร์เก็ตติ้งดูค่ะ

 

Thaiwahclub : อยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังตัดสินใจจะไปออสเตรเลียด้วยวีซ่า Work and Holiday

อยากฝากถึงพี่ ๆ น้อง ๆ ว่า ลองสมัครกันเถอะค่ะ ถือว่าครั้งนึงในชีวิต เป็นประสบการณ์ที่ดี ได้ไปเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ สังคมใหม่ ๆ วัฒนธรรมใหม่ ๆ ค่ะ ได้ทั้งเงินเก็บได้ทั้งประสบการณ์แน่นอนค่ะ แล้วก็อยากฝากถึงพี่ ๆ น้อง ๆ ที่กำลังจะมาหรือคนที่อยู่ออสเตรเลียแล้วอยากเปลี่ยนงานมาทำงานด้าน Retail หรือไม่อยากทำร้านอาหารแล้ว ลองสมัคร Online ใช้เว็บ Seek หรือ Indeed ดูนะคะ ไม่ลองไม่รู้นะคะ ชนะความกลัว กล้าเข้าไว้ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นค่ะ

 

Credit : 

https://www.thaiwahclub.com/news/421/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%8A%E0%B8%A2%E0%B8%9A-%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B2/

Pimkamon Sasi-athiwat 2018-12-20 18:57:02 2780